Copy trade / PAMM คืออะไร

อธิบายเปรียบเทียบง่ายๆ การลงทุนรูปแบบนี้ เสมือนกองทุนรวมขนาดเล็ก มีผู้จัดการกองทุนตั้งกองทุนขึ้นมา นักลงทุนที่เชื่อมั่นในกองทุนนั้นก็เอาเงินไปร่วมลงทุนด้วย โดยแบ่งผลกำไรให้ผู้จัดการกองทุน
โดยทั่วไปประกอบด้วยคนสามกลุ่ม

  • กลุ่มแรกคือผู้ให้บริการ
  • กลุ่มที่สองคือเทรดเดอร์ ในที่นี้จะเรียกว่า Master
  • กลุ่มที่สามคือนักลงทุน ในที่นี้จะเรียกว่า Follower

ผู้ให้บริการคือผู้จัดทำระบบ Copy trade / PAMM โดยรับสมัครเทรดเดอร์ที่ต้องการเป็น Master / ผู้จัดการกองทุน / Signal provider
โดย Signal provider นี้อธิบายง่ายๆก็คือเทรดเดอร์คนหนึ่งที่่เชื่อในระบบเทรดของตัวเอง แล้วสมัครเข้าร่วมโครงการของผู้ให้บริการระบบ

จากนั้นผู้ให้บริการก็จะทำลิสต์ / Rank อันดับของผลงานกองทุนที่มีผลงานน่าสนใจเป็นอันดับไว้ให้นักลงทุนมาเลือก Copy

เมื่อนักลงทุนเห็นว่า Master / ผู้จัดการกองทุนคนไหนทำผลงานได้ดี ก็เลือกลงทุนโดยเลือก Copy / เข้าร่วมกองทุนของ Master คนนั้น
โดยเมื่อ Master ทำการเปิดสถานะเทรด ระบบจะทำการเปิดสถานะเทรดให้กับ Follower ไปด้วย

บทความชุดนี้มีเนื้อหาเพื่ออธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจถึงวิธีการลงทุน ด้วยการ Copy trade กับผู้ให้บริการ Myfxbook AutoTrade
ซึ่งเหมาะกับ – ผู้ไม่มีความรู้ในด้านเทคนิคคัล / ผู้มีความรู้ แต่ไม่มีเวลา โดยรูปแบบการลงทุนคือเลือกเทรดตามคนที่ทำผลงานการเทรดได้ดี ด้วยการดูข้อมูลทางสถิติ

คลิกที่นี่เพื่อเข้าสู่หน้ารวมรวมบทความล่าสุดในชุด Myfxbook AutoTrade http://www.tradeguideline.com/myfxbook_autotrade_overview/

หากมีความคิดเห็น – คำถาม – คำติชมใดๆ สามารถแนะนำมาได้ที่ช่อง Comment หรือ Inbox ได้เลยครับ
สนใจบทความการลงทุนในแนวนี้ สามารถติดตามได้ที่เพจ learntotradefx  ได้ครับ

โมเดลทางธุรกิจ Copy trade / PAMM

จากคำอธิบายขั้นต้น สิ่งที่เป็นแรงจูงใจของแต่ละกลุ่มคือ

  • กลุ่มผู้ให้บริการ จะได้รับค่า commission การเทรดของทั้ง Master / Follower กรณีผู้ให้บริการระบบคือโบรคเกอร์เอง (เป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้ามาเทรดกับโบรคตนเยอะๆ แล้วทางโบรคก็ได้รับค่า spread / commission ที่มากขึ้น หรือกรณีที่ผู้ให้บริการมิได้เป็นโบรคเกอร์ กลุ่มนี้จะมีตัวอย่างเช่นโบรคเกอร์ Fxpremax / Fxpro / Alpari / Etoro  ก็จะได้ในส่วนของค่า IB Introducing Brokers จากโบรคที่เข้าร่วมโครงการ (เช่นกรณีของ myfxbook autotrade)
  • กลุ่มเทรดเดอร์ ผู้บริหารกองทุน (Master) จะเป็นการสร้างรายรับอีกทางนอกจากการเทรดของตน ซึ่งปกติหากสมัครเข้าร่วมโครงการเหล่านี้ แล้วมีคนติดตาม จะมีรายรับพิเศษจากคนติดตามเป็นค่าบริหารพอร์ตอีกส่วน นอกจากรายรับจากการเทรดเอง
  • กลุ่มนักลงทุน (Follower) จะมีเหตุผลในการเข้าร่วมเช่น
    – ไม่มีความรู้ในการเทรด แต่พอจะเข้าใจสถิติ หรือเลือก Master เป็น /
    – มีความรู้ในการเทรดเอง แต่ไม่มีเวลา อยากลงทุนกับกองทุนที่ตัวเองดูผลประกอบการว่าน่าสนใจ
    การเข้าร่วมระบบเหล่านี้นักลงทุนไม่ได้เสียอะไรเพิ่มไปจากที่มีอยู่ เพราะทางผู้ให้บริการ / Master ไม่ได้เก็บค่าใช้จ่ายในการบริหารพอร์ต แต่จะใช้วิธีหักจาก Spread ที่เดิมโบรคนั้นเก็บจากผู้เทรดตอนเทรดเอง หรือหักจากผลกำไรที่ทำได้ ในกรณีของระบบประเภท PAMM (เช่น หาก Master ทำกำไรได้ Follower ผู้ติดตาม Master คนนั้นจะแบ่งส่วนของกำไรที่ได้ 15 % ไปให้ Master เป็นค่าบริหารกองทุน)
Key success สำหรับแต่ละกลุ่ม
  • กลุ่มผู้ให้บริการ โดยพื้นฐาน ต้องการจะให้มีคนมาใช้ระบบของตนมากขึ้นก็จะต้องพยายามพัฒนาด้านต่างๆเหล่านี้
    • พยายามชักจูงคนที่มีความสามารถให้มาเป็น Master account เยอะๆ
    • ทำระบบจัดอันดับที่แสดงลิสต์ของผู้มีความสามารถจริงๆให้มาอยู่อันดับต้นๆ
    • พยายามผูกลูกค้าให้ใช้ระบบตนให้ยาวนาน จะได้รับผลประโยชน์จาก commission / spread / IB commission ได้ยาวนาน
    • ประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าของโบรคเข้าใจระบบ และกลายเป็น Follower เพื่อจะได้ผูกให้ Master เปิดบัญชีไว้กับระบบของตัวเองนานๆ ไม่เปลี่ยนไปใช้ระบบเจ้าอื่น
  • กลุ่ม Master / ผู้จัดการกองทุน
    • พยายามเทรดให้ผลงานดีสม่ำเสมอ เพราะมีผลกับการจัดอันดับ ที่จะนำไปประชาสัมพันธ์ให้กับ Follower ดู
  • กลุ่ม Follower / นักลงทุน
    • พยายามใช้ความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อประเมินระบบเทรดของ Master เพื่อเลือกการลงทุนในแบบที่ตนรับความเสี่ยงได้ และสร้างผลตอบแทนได้อย่างเหมาะสมกับระดับความเสี่ยง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่สุดของการลงทุน เมื่อเราสามารถหา Master ที่เทรดได้ดี เราก็สามารถมั่นใจที่จะฝากเงินของเราไปเทรดกับเขาได้ และคาดหวังได้ว่าเงินทุนของเราจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
    • Monitor ความเปลี่ยนแปลงใดๆ ไม่ว่าจะผลตอบแทนหรือ Risk ที่อาจเกิดขึ้น เพราะผลงานในอดีตไม่อาจยืนยันผลตอบแทนในอนาคตได้อย่างสมบูรณ์ การคอยติดตามผลงานของแต่ละกองทุนที่เราลงไป เพื่อเข้าใจสภาวะแต่ละช่วงเวลา จะทำให้เราสามารถปรับ Portfoilio ของเราเพื่อรองรับความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงเมื่อตอนเริ่มต้นระบบได้
ตัวอย่างของผู้ให้บริการ Copy trade / PAMM
  • PAMM จะมีในหลายๆ Broker แต่จะมีปัญหาคือ ด้วยความที่มีผู้ให้บริการหลายเจ้า ทำให้เทรดเดอร์ที่เก่งๆนั้นกระจายกันออกไป บางเจ้าจึงยังมีคนเก่งๆมาสมัครเป็น Master อยู่น้อย ทำให้ขาดแรงจูงใจในการดึง Follower ให้มาใช้ระบบ
    • Alpari โบรคนี้ให้บริการ PAMM ในหลายรูปแบบมาก มีจุดเด่นที่สำคัญคือมีกลุ่มของ Mudley group ที่เป็นเทรดเดอร์คนไทยที่มีความสามารถหลายคนไปเปิด PAMM account เป็น Master ไว้ ทำให้มีคนไทยที่ชื่นชอบวิธีเทรดแบบควบคุมความเสี่ยงด้วยแนวคิดแบบ Close system หลายคนไปติดตามเป็น Follower
      • ส่วนที่ไม่ชอบของเจ้านี้คือค่าธรรมเนียมการฝากเงินเข้าบัญชีสูง
      • ส่วนที่ชอบคือมี Master ที่แอดมินนิยม + ระบบการตั้ง base currency ของโบรคสามารถย้ายไปย้ายมาระหว่างสกุลต่างๆได้ง่ายดี / มีสินค้าที่หลากหลาย 
        Portfolio PAMM follower ของแอดมิน ที่ไปติดตาม Mudley group ใน alpari : บทความในอนาคต การเข้าใจวิธีเทรดเพื่อลงทุนแบบเข้าใจความเสี่ยง
    • FXpro
    • FXopen
  • Copy trade
    • Zulutrade
    • Etoro
      • ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น ในส่วนแมนวลเทรดมีการให้กำหนดทุนและเลเวอเรจของสถานะนั้นๆให้แตกต่างกันไปได้ ทำให้คนเริ่มต้นเข้าใจความเสี่ยงได้ดี
      • ความเห็นส่วนที่ไม่ชอบ ผลงานของ Master ในนี้จะค่อนข้างไปทางนิ่งๆ หลายคนที่เทรดแบบถือยาวๆ เวลาผิดก็จะถือรอกลับมาถูก ทำให้รอนานมาก พอร์ตกรณีเราเป็น Follower แล้วใช้ระดับความเสี่ยงต่ำจะค่อนข้างไม่ค่อยขยับ

        Portfolio Etoro ยังไม่ค่อยประทับใจผล พอร์ตไม่ค่อยขยับ ยังติดลบอยู่ // ความเห็นส่วนตัว คนอื่นอาจได้กำไรเยอะจากระบบนี้ก็ได้ถ้ามีวิธีลงทุนที่ต่างกันไป
    • Myfxbook autotrade
      • เป็นระบบที่แอดมินชื่นชอบสุดในตอนนี้ เพราะตัวรายงานให้ข้อมูลด้านสถิติได้ละเอียดสุดเมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ ทำให้คนที่อยากเข้าใจความเสี่ยงของการตาม Master สามารถดูข้อมูลสถิติได้หลายแง่มุม ก่อนจะเลือกติดตาม Master รายไหน ขณะที่ระบบแบบ PAMM จะบอกแค่สถิติแบบรวมๆ เราแทบไม่รู้เลยว่า Master ที่เราสนใจนั้นเทรดอะไร เทรดแบบไหน ใช้มาทิงเกลหรือเปล่า แต่ถ้าดูจากสถิติระบบ myfxbook autotrade จะทำความเข้าใจได้ลึกกว่า / นอกจากนั้นยังปรับตั้งค่าการตามได้หลายแฟคเตอร์ เช่นปรับตัวคูณขนาดการเปิด ปรับจำนวนสถานะที่จะเปิด


      Portfolio – Myfxbook autotrade ของแอดมิน – 1 2 3 – Step myfxbook autotrade / How to – system evaluate วิธีอ่านรีพอร์ต myfxbook เพื่อเลือก Master (ว่างๆจะเขียนต่อ เร็วๆนี้ )

 

โมเดลที่ใกล้เคียงกันของการ Copy trade จากผู้ให้บริการรายใหญ่
  • การ Copy trade ด้วย software เช่น fxblue หรือ software ที่ผู้ให้สัญญาณ EA ต่างๆพัฒนาขึ้นเอง กรณีนี้จะมีข้อดีในแง่สามารถติดตามผลการเทรด – ดูสถิติได้หากเราเชื่อมบัญชีเทรดของเราเข้ากับ myfxbook report ส่วนข้อที่จะต้องคำนึงถึงคือ การพยายามเก็บสถิติเพื่อมาวิเคราะห์ก่อนเทรดด้วยทุนจริงนั้นทำได้ยาก เนื่องจากโดยมากจะไม่มีให้ทดลองกับเดโมก่อน หากเป็นไปได้ควรขอดูสถิติระบบ หรือ myfxbook report จากผู้ให้บริการก่อน เพื่อเข้าใจระดับความเสี่ยงและวิธีที่ผู้ให้บริการเจ้านั้นๆเทรด ว่าใช้วิธีบริหารแบบไหนก่อนจะลงทุน

สิ่งที่ควรระวังในการเข้าร่วมลงทุนในกองทุนแบบใดๆก็ตาม

  • การเลือกผู้ให้บริการ
    ระบบที่ดีส่วนมากนั้นจะให้เปิดบัญชีในนามของลูกค้าเอง และลูกค้าจะมีความยืดหยุ่นในการฝาก ถอน ตรวจสอบยอดเงินในระบบได้
  • การเลือกผู้เป็น Signal provider
    ควรเข้าใจวิธีประเมินผลงานการเทรดด้วยตัวแปรทางสถิติพอควร อย่ารีบลงทุนโดยใช้แต่ความโลภ เพราะการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงเสมอ
  • การเลือกโบรคเกอร์
    ตรวจสอบว่าโบรคเกอร์ที่ร่วมโครงการนั้นได้รับใบอนุญาติ – มีองค์กรตรวจสอบรองรับหรือไม่ บริษัทที่ชักชวนเราไปร่วมลงทุนนั้นน่าเชื่อถือแค่ไหน
  • โมเดลของการลงทุน
    เข้าใจภาพรวมของที่มาของกำไรจากการลงทุน หากการลงทุนนั้นมีลักษณะชักชวนโดยโฆษณาเรื่องการให้ผลตอบแทนสูง แถมยังประกันเงินต้น นั่นคือสิ่งที่ควรจะกลัว ผู้ลงทุนควรเข้าใจวิธีลงทุน และที่มาของผลตอบแทนจากระบบนั้นให้ดีก่อน
    โมเดลที่ควรหลีกเลี่ยงคือโมเดลระดมทุน แชร์ลูกโซ่ ซึ่งคือโมเดลแบบที่นำเงินของคนสมัครใหม่ไปเป็นผลตอบแทนให้กับคนที่เข้าระบบไปก่อนหน้า เพราะเมื่อระบบล่มลงจะมีปัญหาทางกฎหมายและทำให้ผู้ลงทุนสูญเสียเงินลงทุนได้